พอเครื่องลงที่ท่าอากาศยานเชียงใหม่ (Chiang Mai International Airport) สิ่งแรกที่นักเดินทางหลายคนคิดคือจะเข้าเมืองยังไงดี มีหลายตัวเลือกให้เลือก แล้วแต่ละแบบมีข้อดีข้อเสียต่างกันยังไง บทความนี้เทียบให้ดูแบบตรงไปตรงมาครับ
ตัวเลือกที่ 1: รถรับส่งส่วนตัวกับ CarTravelChiangmai (รถไฟฟ้า Deepal S07)
รถรับส่งที่จองล่วงหน้าเหมาะกับคนที่ไม่อยากต่อรองราคาหรือหารถหลังเครื่องลง และอยากรู้ราคาตั้งแต่ก่อนเดินทาง
- นัดเวลารับไว้ล่วงหน้า: เวลารับวางตามเวลาเครื่องลงที่คุณแจ้งไว้ตอนจอง ไม่ต้องต่อคิวแท็กซี่หรือรอคนขับจากแอปตอบรับงาน รถที่ใช้คือ Deepal S07 ซึ่งเป็นรถ SUV ไฟฟ้า ห้องโดยสารจึงเงียบและไม่มีกลิ่นไอเสีย
- ราคาชัดเจน: ค่าบริการรับส่งสนามบิน (เที่ยวเดียว ภายในเขตเมืองเชียงใหม่) อยู่ที่ 500 บาท รวมคนขับและค่าพลังงาน (ค่าชาร์จ) แล้ว และตกลงราคากันก่อนออกเดินทาง ถ้าที่พักอยู่นอกเขตเมือง ให้ส่งพิกัดมาเพื่อรับราคาก่อนยืนยัน
- พื้นที่กว้างขวาง: รถ Deepal S07 นั่งสบายได้ 4 ท่าน พร้อมพื้นที่เก็บกระเป๋าเดินทางขนาดใหญ่ 2 ใบ และกระเป๋า Carry-on อีก 2 ใบ เหมาะสำหรับครอบครัวหรือกลุ่มเพื่อนที่มีสัมภาระหลายชิ้น
- คนขับท้องถิ่น: คนขับเป็นคนท้องถิ่น ช่วยยกสัมภาระขึ้นรถ และส่งถึงที่พักตามที่อยู่ที่แจ้งไว้
- การสื่อสาร: จองและนัดหมายกันเป็นข้อความผ่าน LINE หรือ WhatsApp คนขับพูดภาษาอังกฤษได้ระดับพื้นฐาน และใช้แอปแปลภาษาในมือถือเมื่อต้องอธิบายรายละเอียด
เหมาะสำหรับ: ผู้ที่อยากรู้ราคาก่อนเครื่องลง มาเป็นกลุ่มหรือครอบครัว หรือมีสัมภาระเยอะ
ตัวเลือกที่ 2: แท็กซี่สนามบิน
แท็กซี่เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ได้รับความนิยม คุณสามารถหารถได้ที่จุดจอดแท็กซี่ในสนามบินได้เลยครับ
- การเข้าถึง: มีแท็กซี่จอดรอให้บริการจำนวนมาก โดยเฉพาะช่วงเวลาที่มีเที่ยวบินลงเยอะๆ
- ราคา: ส่วนใหญ่เป็นระบบมิเตอร์ แต่บางครั้งคนขับอาจเสนอราคาแบบเหมาจ่าย ซึ่งอาจจะสูงกว่าราคาตามมิเตอร์เล็กน้อย หากคุณเลือกใช้บริการแท็กซี่ ควรสอบถามเรื่องราคาให้ชัดเจนก่อนออกเดินทาง
- การรอคิว: ในช่วงเวลาเร่งด่วน หรือช่วงเทศกาล อาจจะต้องใช้เวลารอคิวนานกว่าปกติกว่าจะได้ขึ้นรถ
- สัมภาระ: รถแท็กซี่ทั่วไปอาจมีพื้นที่เก็บสัมภาระจำกัดกว่ารถ SUV หรือรถไฟฟ้าขนาดใหญ่ หากคุณมีกระเป๋าหลายใบ อาจจะต้องใช้รถคันใหญ่ขึ้น ซึ่งอาจมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม
เหมาะสำหรับ: ผู้ที่ต้องการความยืดหยุ่นในการเดินทาง ไม่ได้วางแผนล่วงหน้า และพร้อมรอคิวในช่วงเวลาที่คนเยอะ
ตัวเลือกที่ 3: แอปเรียกรถ (เช่น Grab, Bolt, Indrive)
การใช้แอปเรียกรถเป็นทางเลือกที่ทันสมัยและได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อยๆ ครับ
- ความสะดวกในการเรียก: คุณสามารถเรียกผ่านแอปพลิเคชันบนสมาร์ทโฟนได้เลย ไม่ต้องเดินหาหรือรอคิวที่จุดจอด เพียงแค่มีอินเทอร์เน็ตบนมือถือ (อาจต้องใช้ซิมการ์ดท้องถิ่นหรือ Roaming)
- ราคา: ราคาจะแสดงในแอปก่อนที่คุณจะกดยืนยันการเดินทาง ซึ่งค่อนข้างโปร่งใส อย่างไรก็ตาม ราคาอาจมีการเปลี่ยนแปลง (surge pricing) ในช่วงเวลาเร่งด่วน หรือช่วงที่ฝนตก ทำให้ราคาแพงขึ้นได้
- การรอรถ: หลังจากเรียกแล้ว อาจต้องใช้เวลารอคนขับตอบรับงานและขับรถมารับ ซึ่งอาจแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับจำนวนรถที่ให้บริการในช่วงเวลานั้นๆ
- ประเภทรถ: มีตัวเลือกประเภทรถให้เลือกหลากหลาย ตั้งแต่รถยนต์ส่วนบุคคลขนาดเล็กไปจนถึงรถยนต์ขนาดใหญ่ขึ้น แต่ก็ต้องแลกมาด้วยราคาที่สูงขึ้นตามลำดับ
เหมาะสำหรับ: ผู้ที่คุ้นเคยกับการใช้แอปเรียกรถ มีอินเทอร์เน็ตบนมือถือตลอดเวลา และต้องการความยืดหยุ่นในการเรียกใช้บริการ
เปรียบเทียบปัจจัยที่ควรพิจารณา
| ปัจจัย | รถรับส่งส่วนตัว (CarTravelChiangmai) | แท็กซี่สนามบิน | แอปเรียกรถ |
|---|---|---|---|
| ราคา | 500 บาท เที่ยวเดียวในเขตเมือง (ตกลงก่อนเดินทาง, รวมค่าพลังงาน) | มิเตอร์/เหมา (อาจผันผวน) | แสดงในแอป (ผันผวนตามช่วงเวลา) |
| วิธีได้รถ | นัดเวลารับไว้ตอนจอง | ไปที่จุดจอดแท็กซี่ (อาจต้องรอคิว) | เรียกจากมือถือ (ต้องมีอินเทอร์เน็ต) |
| การรอรถ | ตามเวลานัด (แจ้งทันทีถ้าไฟลท์เปลี่ยน) | ขึ้นอยู่กับคิว | รอคนขับรับงานและมารับ |
| สัมภาระ | กระเป๋าใหญ่ 2 ใบ + carry-on 2 ใบ | อาจจำกัดในรถเล็ก | ขึ้นอยู่กับประเภทรถที่เลือก |
| คนขับ | คนขับท้องถิ่น (อังกฤษพื้นฐาน + แอปแปลภาษา) | แตกต่างกันไป | แตกต่างกันไป |
| รถ | Deepal S07 (SUV ไฟฟ้า) | รถยนต์ทั่วไป | รถยนต์ทั่วไป (หลากหลาย) |
| การจอง | จองล่วงหน้าเท่านั้น | ณ จุดบริการ | เรียกผ่านแอปเมื่อเครื่องลง |
สรุป
การเลือกวิธีการเดินทางจากสนามบินเชียงใหม่เข้าสู่ตัวเมืองขึ้นอยู่กับความต้องการและงบประมาณของคุณ ถ้าอยากรู้ราคาตั้งแต่ก่อนเดินทางและนัดเวลารับไว้ล่วงหน้า รถรับส่งที่จองไว้จะตอบโจทย์กว่า แต่ถ้าคุณต้องการความยืดหยุ่นและพร้อมที่จะรอ แท็กซี่หรือแอปเรียกรถก็เป็นทางเลือกที่ใช้งานได้ดีเช่นกันครับ