แม่กำปอง หมู่บ้านเล็กๆ กลางหุบเขาที่หลายคนหลงรัก สามารถไปเที่ยวแบบเช้าเย็นกลับจากตัวเมืองเชียงใหม่ได้สบายๆ ครับ แต่จะไปช่วงไหนถึงจะดีที่สุด และต้องเตรียมตัวยังไงบ้าง คนขับท้องถิ่นอย่างผมจะมาเล่าให้ฟังตรงๆ
แม่กำปองไปเช้าเย็นกลับได้ไหม และควรออกเดินทางกี่โมงดี?
ไปเช้าเย็นกลับได้แน่นอนครับ แม่กำปองมีบรรยากาศที่เหมาะกับการใช้เวลาสบายๆ เดินเล่น จิบกาแฟ และซึมซับธรรมชาติ การเดินทางไปแม่กำปองจากตัวเมืองเชียงใหม่ใช้เวลาพอสมควร ผู้โดยสารสามารถกำหนดเวลาออกเดินทางได้เองตามความสะดวก ไม่มีเวลาตายตัวว่าต้องออกกี่โมงเป๊ะๆ ครับ
แต่ถ้าถามว่าควรพิจารณาปัจจัยอะไรในการออกเดินทาง ผมแนะนำให้คิดถึงเรื่องต่อไปนี้:
- หลีกเลี่ยงคนเยอะ: ช่วงเช้าตรู่ หรือช่วงบ่ายแก่ๆ มักจะมีคนน้อยกว่าช่วงสายๆ หรือกลางวันที่กรุ๊ปทัวร์มาถึงเยอะๆ การไปวันธรรมดาก็ช่วยให้บรรยากาศสงบกว่าวันหยุดสุดสัปดาห์มากครับ
- แสงและบรรยากาศ: ช่วงเช้าตรู่มีโอกาสเจอหมอกหรือไอเย็นปกคลุมหมู่บ้าน สวยงามไปอีกแบบ ส่วนช่วงบ่ายแก่ๆ แสงจะนุ่มนวลเหมาะกับการถ่ายรูปและเดินเล่นสบายๆ
- เวลาที่อยากใช้: หากอยากใช้เวลาเดินเล่นในหมู่บ้านแบบไม่เร่งรีบ แวะหลายๆ ร้านกาแฟ หรือลองชิมอาหารพื้นเมือง ก็ควรออกเดินทางแต่เช้าหน่อย เพื่อให้มีเวลาเต็มที่ครับ
รถ Deepal S07 ของเราเป็นรถไฟฟ้า ไม่ต้องกังวลเรื่องค่าน้ำมันหรือการหาที่ชาร์จครับ ราคาที่แจ้งรวมค่าพลังงานแล้วตามขอบเขตสถานที่ที่ตกลงกันไว้ ทำให้คุณเดินทางได้อย่างไร้กังวล ระยะทางไป-กลับจากตัวเมืองเชียงใหม่ไปแม่กำปองรวมแวะน้ำพุร้อนอยู่ที่ราว 92 กม. ส่วนราคาของเส้นทางนี้แจ้งในแชท ส่งวันเดินทางและจุดที่อยากแวะมาขอราคาก่อนจองได้เลยครับ
ช่วงไหนอากาศดีที่สุดสำหรับการไปแม่กำปอง?
แต่ละช่วงเวลาก็มีเสน่ห์แตกต่างกันไปครับ:
ฤดูหนาว (พฤศจิกายน - กุมภาพันธ์)
เป็นช่วงที่คนนิยมไปมากที่สุด เพราะอากาศเย็นสบายมาก ทำให้ได้สัมผัสกับไอหมอกและอากาศบริสุทธิ์อย่างเต็มที่
- ข้อดี: อากาศเย็นสบาย, มีโอกาสเห็นทะเลหมอกยามเช้า, บรรยากาศโรแมนติก
- ข้อควรระวัง: เป็นช่วง High Season ที่มีนักท่องเที่ยวเยอะมาก โดยเฉพาะวันหยุดสุดสัปดาห์ ร้านค้าและคาเฟ่อาจจะคนแน่น การเดินทางบนถนนเข้าหมู่บ้านที่ค่อนข้างแคบก็อาจจะช้าลงได้ ควรเตรียมเสื้อกันหนาว เสื้อกันลมบางๆ หรือผ้าพันคอไปด้วยนะครับ แม้แดดจะออกแต่ลมก็ยังเย็น
ฤดูร้อน (มีนาคม - พฤษภาคม)
แม้จะเป็นฤดูร้อน แต่ด้วยความที่แม่กำปองตั้งอยู่บนภูเขาสูง อากาศจึงยังคงเย็นสบายกว่าในตัวเมืองมากครับ
- ข้อดี: คนน้อยกว่าช่วงฤดูหนาวมาก ทำให้เที่ยวได้สบายๆ ไม่ต้องเบียดเสียด, ท้องฟ้ามักจะสดใส เหมาะกับการถ่ายรูป
- ข้อควรระวัง: ช่วงนี้อาจจะเจออากาศแห้งแล้ง ต้นไม้บางส่วนอาจจะไม่เขียวชอุ่มเท่าช่วงอื่น และอาจมีฝุ่นควันจากการเผาในบางวัน ควรตรวจสอบคุณภาพอากาศก่อนเดินทางครับ
ฤดูฝน (มิถุนายน - ตุลาคม)
เป็นช่วงที่แม่กำปองกลับมาเขียวชอุ่มชุ่มฉ่ำอีกครั้ง ด้วยสายฝนที่โปรยปรายลงมาอย่างต่อเนื่อง
- ข้อดี: ธรรมชาติเขียวขจีสดชื่นที่สุด, คนน้อยมาก ทำให้ได้สัมผัสวิถีชีวิตชาวบ้านอย่างแท้จริง, มีโอกาสเห็นหมอกหนาปกคลุมหมู่บ้านตลอดวัน
- ข้อควรระวัง: ถนนหนทางเข้าหมู่บ้านเป็นทางขึ้นเขาและคดเคี้ยว เมื่อมีฝนตกพื้นผิวถนนอาจจะลื่นกว่าปกติ คนที่เมารถง่ายควรกินยาแก้เมารถก่อนออกเดินทางนะครับ และควรเตรียมร่มหรือเสื้อกันฝนไปด้วย รองเท้าที่กันลื่นได้จะช่วยให้เดินเที่ยวได้อย่างสบายใจขึ้น
เคล็ดลับจากคนขับท้องถิ่นที่ควรรู้ก่อนไปแม่กำปอง
- ห้องน้ำสาธารณะ: ในหมู่บ้านมีห้องน้ำให้บริการตามร้านอาหารและคาเฟ่ต่างๆ รวมถึงมีห้องน้ำสาธารณะในจุดที่กำหนดไว้ ลองสอบถามคนขับได้เลยครับ เราจะชี้จุดให้
- ทางเข้าหมู่บ้าน: เส้นทางเข้าสู่แม่กำปองเป็นถนนสองเลนสวนกันที่ค่อนข้างแคบและชัน มีโค้งเยอะตลอดทาง คนขับของเราเป็นคนท้องถิ่น คุณจึงไม่ต้องกังวลเรื่องการขับขี่ เพียงแค่นั่งชมวิวและผ่อนคลายได้เต็มที่
- การแต่งกาย: เน้นเสื้อผ้าที่ใส่สบาย ระบายอากาศได้ดี และเตรียมเสื้อคลุมหรือแจ็กเก็ตบางๆ เผื่ออากาศเย็น สำหรับรองเท้า ควรเป็นรองเท้าที่เดินสบายและกระชับเท้า เพราะในหมู่บ้านมีทางลาดชันและบันไดให้เดินสำรวจเยอะครับ
สรุป
แม่กำปองเป็นจุดหมายปลายทางที่ไปเที่ยวแบบเช้าเย็นกลับได้สบายๆ โดยคุณสามารถเลือกเวลาออกเดินทางได้เองตามความเหมาะสมกับแผนของคุณ ฤดูหนาวอากาศดีที่สุดแต่คนจะเยอะ ฤดูร้อนคนน้อยและอากาศยังเย็นสบาย ส่วนฤดูฝนได้สัมผัสธรรมชาติเขียวชอุ่มและบรรยากาศสงบ แต่ต้องระวังถนนลื่นและเตรียมเสื้อกันฝนครับ ไม่ว่าจะไปช่วงไหน คนขับของเราพร้อมพาคุณไปสัมผัสเสน่ห์ของแม่กำปองอย่างปลอดภัยและสะดวกสบายที่สุด