หลายคนฝันอยากไปเยือนปาย เมืองเล็กๆ ที่มีเสน่ห์ แต่ก็มักจะกังวลกับคำร่ำลือเรื่อง ‘762 โค้ง’ บนเส้นทางไปปายจากเชียงใหม่ ความจริงแล้วเส้นทางนี้คดเคี้ยวสมคำร่ำลือไหม และคนเมารถง่ายจะรับมือยังไงดี
762 โค้ง สภาพเส้นทางที่ต้องเจอ
ตัวเลข 762 โค้งที่หลายคนพูดถึงนั้น ไม่ได้หมายถึงแค่โค้งใหญ่ๆ ไม่กี่โค้ง แต่หมายถึงโค้งเล็กโค้งน้อยตลอดเส้นทางขึ้นเขาลงเขาที่เชื่อมต่อระหว่างเชียงใหม่กับปาย เส้นทางนี้เป็นถนนลาดยางอย่างดี แต่ก็มีช่วงที่ชันและโค้งต่อเนื่องกันหลายกิโลเมตร ทำให้คนที่ไม่คุ้นชินกับการเดินทางบนภูเขาอาจมีอาการเมารถได้ง่ายกว่าปกติ
เมารถแน่ไหม? ตอบแบบตรงไปตรงมา
ต้องบอกตามตรงว่า มีโอกาสเมารถได้สูง โดยเฉพาะคนที่ปกติก็มีอาการเมารถอยู่แล้ว เพราะเส้นทางไม่ได้มีแค่โค้งหักศอก แต่เป็นโค้งที่ต่อเนื่องกันไปมาเหมือนคลื่น ทำให้ร่างกายปรับสมดุลได้ยาก และรู้สึกคลื่นไส้ได้ง่ายกว่าถนนทางตรงหรือทางโค้งที่ไม่ถี่มากนัก อาการจะเริ่มปรากฏชัดเมื่อพ้นจากอำเภอแม่แตงไปแล้ว ซึ่งเป็นช่วงที่เริ่มเข้าสู่เส้นทางภูเขาจริงๆ
วิธีลดอาการเมารถระหว่างทางไปปาย (สำหรับผู้โดยสาร)
ไม่ต้องกังวลจนเกินไปครับ มีวิธีเตรียมตัวและรับมือที่ช่วยลดอาการเมารถได้เยอะทีเดียว ลองดูคำแนะนำต่อไปนี้:
- กินยาแก้เมารถล่วงหน้า: นี่คือสิ่งสำคัญที่สุด หากรู้ตัวว่าเป็นคนเมารถง่าย ให้กินยาแก้เมารถก่อนออกเดินทางประมาณ 30-60 นาที เพื่อให้ยาออกฤทธิ์ได้เต็มที่ตลอดการเดินทาง ควรปรึกษาเภสัชกรเรื่องชนิดยาและขนาดยาก่อนเดินทาง
- เลือกที่นั่งที่เหมาะสม: ที่นั่งที่ดีที่สุดคือ เบาะหน้าข้างคนขับ เพราะสามารถมองเห็นเส้นทางข้างหน้าได้กว้าง ทำให้สมองรับรู้การเคลื่อนไหวของรถได้สอดคล้องกับที่ตากำลังเห็น หากนั่งข้างหลัง ควรเลือกนั่งกลางเบาะหลัง เพื่อให้มองเห็นวิวจากกระจกหน้าได้บ้าง และหลีกเลี่ยงการนั่งริมหน้าต่างที่อาจทำให้รู้สึกถูกเหวี่ยงไปมาได้ง่ายกว่า
- มองไปข้างหน้าไกลๆ: พยายามมองออกไปนอกรถ มองไปยังขอบฟ้าหรือจุดที่อยู่ไกลๆ เพื่อให้สายตาและสมองปรับตัวกับการเคลื่อนที่ของรถ อย่าจ้องมองวัตถุใกล้ๆ ในรถ หรืออ่านหนังสือ/เล่นโทรศัพท์มือถือเด็ดขาด เพราะจะทำให้อาการแย่ลงทันที
- งดอาหารหนัก รสจัด หรือมีกลิ่นแรง: ก่อนออกเดินทาง ควรหลีกเลี่ยงอาหารที่ย่อยยาก อาหารมันๆ หรืออาหารที่มีกลิ่นฉุน เพราะอาจกระตุ้นให้คลื่นไส้ง่ายขึ้น ควรเลือกกินอาหารเบาๆ หรือผลไม้รสไม่จัดแทน
- พกของเปรี้ยวหรือเย็น: เตรียมผลไม้รสเปรี้ยวอมหวาน เช่น ส้มโอ สับปะรด หรือน้ำแข็งเปล่า/น้ำเย็นไว้จิบระหว่างทาง ช่วยให้สดชื่นและบรรเทาอาการคลื่นไส้ได้
- เปิดหน้าต่างรับลม: หากอากาศไม่หนาวจัดจนเกินไป การเปิดหน้าต่างรับลมธรรมชาติเข้ามาในรถ จะช่วยให้อากาศถ่ายเทสะดวก และลดอาการอึดอัดที่อาจกระตุ้นให้เมารถได้
- แจ้งคนขับ: หากเริ่มมีอาการเมารถ หรือรู้สึกไม่สบาย ให้รีบบอกคนขับทันที คนขับท้องถิ่นจะรู้จังหวะและจุดที่พอจะชะลอความเร็ว หรือแวะพักให้ลงไปยืดเส้นยืดสายได้ ซึ่งบางครั้งแค่ได้พักสัก 5-10 นาทีก็ช่วยได้มากแล้ว
จังหวะแวะพักระหว่างทาง
แม้เส้นทางจะคดเคี้ยว แต่ก็มีจุดพักรถเล็กๆ หรือร้านกาแฟริมทางอยู่บ้าง หากรู้สึกไม่ไหวจริงๆ สามารถแจ้งคนขับให้แวะพักได้ เพื่อลงไปเดินยืดเส้นยืดสาย เข้าห้องน้ำ หรือสูดอากาศบริสุทธิ์ก่อนเดินทางต่อ การพักเป็นระยะๆ จะช่วยให้ร่างกายได้ปรับตัวและลดความเครียดจากการเดินทางได้
สภาพถนนและฤดูกาลที่ควรรู้
- หน้าฝน (มิถุนายน - ตุลาคม): เป็นช่วงที่ต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ เพราะถนนอาจเปียกลื่นและบางช่วงอาจมีหมอกลงจัด ทำให้ทัศนวิสัยไม่ดี คนเมารถง่ายอาจรู้สึกแย่ลงจากสภาพอากาศที่อับชื้นและมองเห็นวิวไม่ชัดเจน
- หน้าหนาว (พฤศจิกายน - กุมภาพันธ์): อากาศเย็นสบาย วิวทิวทัศน์สวยงาม เหมาะแก่การเดินทาง แต่เป็นช่วงที่นักท่องเที่ยวเยอะ รถอาจจะติด และต้องเตรียมเสื้อกันหนาวให้พร้อม
- หน้าร้อน (มีนาคม - พฤษภาคม): อากาศร้อนจัด แต่ถนนแห้งสนิท การเดินทางค่อนข้างสะดวก
ข้อดีของการมีคนขับท้องถิ่น
การเดินทางไปปายกับคนขับท้องถิ่นที่ชำนาญเส้นทางอย่าง CarTravelChiangmai ด้วยรถไฟฟ้า Deepal S07 จะช่วยให้คุณได้นั่งสบาย ไม่ต้องกังวลเรื่องการขับขี่เอง คนขับรู้จังหวะโค้ง รู้จุดที่ควรระวัง และสามารถขับขี่ได้อย่างนุ่มนวลกว่า ทำให้ผู้โดยสารผ่อนคลายได้มากขึ้น และคนขับยังสามารถแนะนำจุดแวะพัก หรือบอกเล่าเรื่องราวระหว่างทางได้อีกด้วย รถของเรานั่งได้ 4 ท่าน พร้อมกระเป๋าเดินทางใหญ่ 2 ใบ และ carry-on 2 ใบ ราคาที่แจ้งรวมค่าพลังงานแล้ว คุณไม่ต้องกังวลเรื่องค่าน้ำมันหรือค่าชาร์จเลยครับ
สรุปสำหรับคนรีบอ่าน
เส้นทางไปปายขึ้นชื่อเรื่อง 762 โค้งและมีโอกาสเมารถสูง แต่สามารถรับมือได้ด้วยการ กินยาแก้เมารถล่วงหน้า นั่งเบาะหน้า มองวิวไกลๆ งดอาหารหนัก และแจ้งคนขับทันที หากรู้สึกไม่สบาย คนขับท้องถิ่นจะช่วยให้การเดินทางของคุณราบรื่นและปลอดภัยยิ่งขึ้น