การตัดสินใจว่าจะไปเชียงใหม่เดือนไหนดี ขึ้นอยู่กับว่าคุณให้น้ำหนักกับอะไรมากที่สุดครับ เพราะแต่ละช่วงเวลาก็มีข้อดีข้อเสียต่างกันไป ลองมาดูกันครับว่าแต่ละฤดูมีเสน่ห์และความท้าทายยังไง และช่วงไหนเหมาะกับสไตล์การเที่ยวของคุณ
ช่วงไฮซีซัน (ปลายตุลาคม - กุมภาพันธ์): อากาศดี คนเยอะ ค่าใช้จ่ายสูง
เป็นช่วงที่คนนิยมมาเที่ยวเชียงใหม่มากที่สุด เพราะอากาศกำลังเย็นสบาย บางพื้นที่บนดอยสูงอย่างยอดดอยอินทนนท์ หรือ อุทยานแห่งชาติห้วยน้ำดัง อากาศจะหนาวเย็นถึงขั้นเลขตัวเดียวในช่วงเช้า
-
ข้อดี:
- อากาศดี: เย็นสบาย เหมาะกับการเดินเที่ยวชมเมือง ขึ้นดอยสัมผัสอากาศหนาว และมีโอกาสเห็นทะเลหมอกที่สวยงาม (โดยเฉพาะช่วงเช้าตรู่)
- เทศกาล: มีเทศกาลสำคัญอย่างยี่เป็ง (ลอยกระทง) ในเดือนพฤศจิกายน ที่มีการปล่อยโคมลอยสวยงามตระการตา และเทศกาลปีใหม่ที่เต็มไปด้วยความคึกคัก
- กิจกรรม: เหมาะกับการเที่ยวชมธรรมชาติบนดอยต่าง ๆ เช่น วัดพระธาตุดอยสุเทพ, พระตำหนักภูพิงคราชนิเวศน์ หรือการเดินป่าระยะสั้น
-
ข้อเสีย:
- คนเยอะมาก: สถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยม เช่น ประตูท่าแพ, วัดพระสิงห์, วัดเจดีย์หลวง หรือถนนคนเดิน จะเต็มไปด้วยนักท่องเที่ยวแทบทุกวัน ทำให้รถติดและต้องใช้เวลาในการเดินทางแต่ละจุดนานขึ้น
- ค่าใช้จ่ายสูง: ที่พักและตั๋วเครื่องบินมีราคาสูงขึ้น และมักจะเต็มเร็ว ต้องจองล่วงหน้านาน ๆ
- การบริการ: เนื่องจากคนเยอะ การบริการในบางจุดอาจจะไม่ทั่วถึงเท่าช่วงเวลาอื่น ๆ
-
คำแนะนำพิเศษ: ถ้าอยากสัมผัสอากาศหนาวและธรรมชาติที่สวยงาม แต่ไม่อยากเจอคนเยอะจนเกินไป ลองเลือกมาช่วงปลายเดือนตุลาคม หรือปลายเดือนกุมภาพันธ์ ซึ่งเป็นช่วงรอยต่อที่คนยังไม่แน่นเท่าช่วงพีคจริง ๆ ถ้าตั้งใจมาดูเทศกาลยี่เป็ง ให้เตรียมตัวเรื่องการจองที่พักและรถล่วงหน้านานเป็นพิเศษ
ช่วงเปลี่ยนผ่าน (มีนาคม - เมษายน): ฝุ่นควัน และอากาศร้อนจัด
เป็นช่วงที่เชียงใหม่ประสบปัญหาฝุ่นควัน PM 2.5 และอากาศร้อนอบอ้าว ซึ่งเป็นผลมาจากการเผาป่าและพื้นที่เกษตรกรรมในหลายพื้นที่
-
ข้อดี:
- คนน้อยลง: นักท่องเที่ยวลดลงอย่างเห็นได้ชัด ทำให้การเดินทางและเข้าชมสถานที่ต่าง ๆ สะดวกขึ้น ไม่ต้องแย่งกันมาก
- ราคาที่พัก: ราคาที่พักและตั๋วเครื่องบินลดลงจากช่วงไฮซีซัน
- เทศกาล: มีเทศกาลสงกรานต์ในเดือนเมษายน ซึ่งเป็นช่วงที่คนไทยนิยมเล่นน้ำคลายร้อนกันอย่างสนุกสนาน
-
ข้อเสีย:
- ฝุ่น PM 2.5: โดยเฉพาะเดือนมีนาคมและต้นเมษายน คุณภาพอากาศอาจไม่ดีนัก ท้องฟ้าขมุกขมัว มองไม่เห็นวิวนอกเมืองชัดเจน และอาจส่งผลต่อสุขภาพได้
- อากาศร้อน: อุณหภูมิสูงมากในช่วงกลางวัน ทำให้การเดินเที่ยวกลางแจ้งไม่ค่อยสบายตัว
-
คำแนะนำพิเศษ: ถ้าจำเป็นต้องมาช่วงนี้จริง ๆ ควรเตรียมหน้ากาก N95 ติดตัวไว้เสมอ เน้นเที่ยวในเมืองตามห้างสรรพสินค้า คาเฟ่ หรือพิพิธภัณฑ์ที่มีเครื่องปรับอากาศเป็นหลัก หรือเลือกขึ้นดอยสูง ๆ ที่อากาศอาจจะยังพอเย็นกว่าและฝุ่นน้อยกว่า แต่ก็ไม่ได้หายไปทั้งหมด ส่วนการเที่ยวชมวิวทิวทัศน์อาจจะไม่สวยงามเท่าช่วงอื่น ๆ
ช่วงหน้าฝน (พฤษภาคม - กลางตุลาคม): เขียวชอุ่ม สดชื่น คนน้อย
เป็นช่วงที่ธรรมชาติกลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง ป่าไม้เขียวขจี น้ำตกมีน้ำเยอะ และอากาศเย็นสบายขึ้น
-
ข้อดี:
- ธรรมชาติสวยงาม: ป่าไม้เขียวชอุ่ม น้ำตกสวยงามและมีน้ำเยอะ เช่น น้ำตกวชิรธาร, น้ำตกแม่ยะ เหมาะสำหรับคนที่ชอบธรรมชาติและความสดชื่น
- อากาศสบาย: อากาศเย็นสบาย ไม่ร้อนอบอ้าว (ยกเว้นช่วงต้นฤดูฝนที่ยังร้อนอยู่บ้าง)
- คนน้อย: นักท่องเที่ยวน้อย ทำให้การเดินทางและเข้าชมสถานที่ต่าง ๆ สะดวกสบาย ไม่ต้องเบียดเสียด
- ราคาเป็นมิตร: ที่พักและตั๋วเครื่องบินราคาถูกลง เป็นโอกาสดีสำหรับคนที่มีงบประมาณจำกัด
-
ข้อเสีย:
- ฝนตก: ฝนอาจตกได้ตลอดเวลา โดยเฉพาะช่วงบ่ายถึงเย็น ทำให้บางกิจกรรมกลางแจ้งอาจต้องยกเลิก หรือเส้นทางบางช่วงบนดอยอาจลื่นและทัศนวิสัยไม่ดี
- ทาก: หากเดินป่าในบางพื้นที่ อาจพบทากได้ในป่าที่ชื้นแฉะ
- ทะเลหมอก: โอกาสเห็นทะเลหมอกอาจน้อยกว่าช่วงฤดูหนาว เพราะเมฆฝนปกคลุมมากกว่า
-
คำแนะนำพิเศษ: เตรียมร่ม เสื้อกันฝน และรองเท้าที่เดินสบาย กันลื่นได้ติดตัวไว้เสมอ หากมีแผนจะขึ้นดอย ควรสอบถามสภาพอากาศกับคนขับก่อนออกเดินทาง เพราะสภาพถนนและทัศนวิสัยอาจเปลี่ยนแปลงได้ตามปริมาณฝน ควรเตรียมยาแก้เมารถไปด้วย หากคุณเป็นคนเมารถง่าย เพราะเส้นทางขึ้นดอยบางแห่งมีโค้งเยอะและอาจมีหมอกหนาปกคลุม
สรุปสำหรับคนอ่านผ่าน ๆ
- อยากสัมผัสอากาศหนาว ชมหมอก คึกคัก: มาช่วง ปลายตุลาคม - กุมภาพันธ์ (แต่คนเยอะและแพง)
- งบจำกัด ไม่ชอบคนเยอะ เน้นในเมือง: มาช่วง พฤษภาคม - กลางตุลาคม (หน้าฝน ธรรมชาติสวยสดชื่น แต่ต้องพร้อมรับมือฝน)
- หลีกเลี่ยง: ช่วง มีนาคม - เมษายน ถ้าไม่จำเป็น เพราะอากาศร้อนและมีปัญหาฝุ่นควันหนัก
ไม่ว่าคุณจะเลือกมาช่วงไหน คนขับของเราพร้อมดูแลคุณตลอดการเดินทางครับ